
วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
หุ่นขี้ผึ้งสยาม
เมื่อวานไปหุ่นขี้ผึ้งสยามมาจ้าาา
แล้วก็ไปตลาดน้ำอัมพวาต่อ
นานๆจะได้ไปเที่ยวกะพ่อแม่พี่ชาย
พอดีว่าเมื่อวานพ่อกะพี่ชายหยุด
ก็เลยชวนกันไป เพิ่งเคยไปครั้งแรก
ที่อยากไปเพราะว่าน้องชายเคยไปแล้วมาเล่าให้ฟัง
ว่างๆเพื่อนๆก็ลองชวนพ่อแม่พี่น้องไปกันน้า
สนุกดีได้ความรู้ด้วย อีกอย่างก็ไม่ไกลมาก
อาจารย์เกรียงลองพาไปบ้างสิคะ ^__^
วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
เรื่องดีๆ ระหว่างพ่อกับลูก

ชายหนุ่มเลิกงานและกลับเข้าบ้านช้าด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า
และพบว่าลูกชายวัย 5 ขวบรอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตู
ลูก" พ่อครับ พ่อผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง "
พ่อ" ว่ามาซิลูก อะไรเหรอ? "
ลูก" พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไรครับ? "
พ่อตอบด้วยความโมโห " ไม่ใช่กงการอะไรของลูกนี่ ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ?"
ลูกพูดร้องขอ " ผมอยากรู้จริงๆโปรดบอกผมเถอะ พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไรครับ? "
พ่อ " ถ้าจำเป็นจะต้องรู้ล่ะก็ พ่อได้ชั่วโมงละ 20 เหรียญ "
ลุก " โอโห....." ลูกอุทาน แล้วคอตก จึงพูดกับพ่ออีกครั้ง "พ่อครับ ผมอยากขอยืมเงิน 10 เหรียญ "
พ่อกล่าวด้วยอารมณ์ "นี่เป็นเหตุที่แกถาม เพื่อจะขอเงินแล้วไปซื้อของเล่นโง่ๆ หรืออะไรไม่เข้าท่าหรอกเหรอ รีบขึ้นไปนอนเลยนะแล้วลองคิดดูว่า แกน่ะ เห็นแก่ตัวมาก ฉันทำงานหนักหลายๆ ชั่วโมงทุกวันและไม่มีเวลาสำหรับเรื่องเด็กๆไร้สาระ
เด็กน้อยเงียบลง เดินไปที่ห้องแล้วปิดประตู ชายหนุ่มนั่งลงและยังโกรธอยู่
กับคำถามของลูกชายเค้ากล้าที่จะถามคำถามนั้น เพื่อจะขอเงินอย่างไร
หลังจากนั้นเกือบชั่วโมงอารมณ์ชายหนุ่มก็เริ่มสงบลงและเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปกับลูกชายตัวน้อย
บางทีเขาอาจจำเป็นต้องใช้เงิน 10 เหรียญนั้นจริงๆและลูกก็ไม่ได้ขอเงินเขาบ่อยนัก ชายหนุ่มจึงเดินไปบนห้องแล้วเปิดประตู
พ่อ " หลับหรือยังลูก? "
ลูก " ยังครับ "
พ่อ " พ่อมาคิดดู เมื่อกี้พ่ออาจทำรุนแรงกับลูกเกินไป นานแล้วนะที่พ่อไม่ได้คลุกคลีกับลูก เอ้า นี่เงิน 10 เหรียญ ที่ลูกขอ "
เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง " ขอบคุณครับพ่อ "
ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอนหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาแล้วนับช้าๆชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นอีกครั้ง
พ่อ " ก็มีเงินแล้วนี่ แล้วมาขออีกทำไม? "
ลูก " เพราะผมมีไม่พอครับ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้วพ่อครับ ตอนนี้ผมมีเงินครบ 20 เหรียญแล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง.....
พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็วๆ นะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ"
^___^
วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
Bunraku

Le bunraku (文楽) est un type de théâtre japonais datant du XVIIe siècle. Les personnages y sont représentés par des marionnettes de grande taille, manipulées à vue[1].
Tradition théâtrale plus particulièrement originaire de la région d'Ōsaka, le bunraku est interprété par un seul récitant qui chante tous les rôles, et trois manipulateurs pour chaque marionnette. Les marionnettistes sont visibles par le public et utilisent soit la gestuelle furi, plutôt réaliste, soit la gestuelle kata, empreinte de stylisation, selon l'émotion recherchée.
Les manipulateurs respectent une hiérarchie réglée en fonction de leur degré de connaissance dans l'art du bunraku. Ainsi le plus expérimenté (au moins vingt ans de métier) manipule la tête et le bras droit, le second le bras gauche et le dernier (le novice) les pieds. Pour pouvoir être manipulée, la marionnette possède ce qu'on appelle des contrôles ou baguettes sur ces différentes parties.
Afin de manipuler plus aisément la marionnette, les manipulateurs se déplacent en position de kathakali, jambes à demi fléchies. Ils doivent ainsi faire beaucoup d'exercices physiques et d'assouplissement afin d'être les plus agiles possibles.
Tradition théâtrale plus particulièrement originaire de la région d'Ōsaka, le bunraku est interprété par un seul récitant qui chante tous les rôles, et trois manipulateurs pour chaque marionnette. Les marionnettistes sont visibles par le public et utilisent soit la gestuelle furi, plutôt réaliste, soit la gestuelle kata, empreinte de stylisation, selon l'émotion recherchée.
Les manipulateurs respectent une hiérarchie réglée en fonction de leur degré de connaissance dans l'art du bunraku. Ainsi le plus expérimenté (au moins vingt ans de métier) manipule la tête et le bras droit, le second le bras gauche et le dernier (le novice) les pieds. Pour pouvoir être manipulée, la marionnette possède ce qu'on appelle des contrôles ou baguettes sur ces différentes parties.
Afin de manipuler plus aisément la marionnette, les manipulateurs se déplacent en position de kathakali, jambes à demi fléchies. Ils doivent ainsi faire beaucoup d'exercices physiques et d'assouplissement afin d'être les plus agiles possibles.
คำศัพท์
marionnette (n.f) หุ่นกระบอก
manipuler (v.) จัดการดำเนินงานด้วยมือ
théâtral,e,aux (a.) เกี่ยวกับการแสดงละคร
interprète (n.m.) ล่าม,ตัวละคร
plutôt (adv.) มากกว่า,ดีกว่า,ค่อนข้าง
empreinte (n.f.) ลวดลาย,เครื่องแสดง,รอยประทับ
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551
กล้องโลโม
ตัวอย่างภาพจากกล้องโลโม
Lomo (โล-โม่) ก็คือกล่องถ่ายรูปที่ผลิตโดยบริษัท Lomo ในรัสเซีย Lomo เริ่มมาจากการแอบถ่ายภาพของสายลับรัสเซียในยุคสงครามเป็นการภายถาพที่ต้องการเพียงรายละเอียดของภาพเท่านั้นโดยไม่คำนึง ถึงแสง วิว หรือ องค์ประกอบของภาพ ( ลองนึกถึงการถ่าพภาพที่ต้องซ่อนกล่องไว้ในที่ต่างๆ เช่น ในแขนเสื้อกันหนาว )ดังนั้นภาพที่ได้จากกล้องจึงมี สี แสง วิว ที่ผิดเพี้ยนไปจากของจริงจึงเป็นที่มาของการภ่ายภาพสไตล์ Lomo นั่นเอง...
สิ่งที่น่าหลงไหลใน การถ่ายภาพแบบ Lomo ก็คือ...เมื่อภ่ายภาพในเวลา ในช่วงที่เหมาะสม ภาพที่ได้ออกมาจะ สวยมาก
ชักจะเริ่มหลงใหลกล้องโลโม่เข้าซะแล้วววว __^ ^
วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2551
คำที่คนไทยมักเขียนผิด
1. สำอาง แปลว่า เครื่องแป้งหอม งามสะอาด ที่ทำให้สะอาด
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "สำอางค์"
2. พากย์แปลว่า คำพูด คำกล่าวเรื่องราว
ภาษามักเขียนผิดเป็นคำว่า "พากษ์"
3. ผูกพันแปลว่า ติดพัน เอาใจใส่ รักใคร่
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "ผูกพันธ์" ไม่ใช่คำว่า "สัมพันธ์" นะ
4. ลายเซ็น แปลว่า ลายมือชื่อ
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "ลายเซ็นต์" ติดมาจาก "เปอร์เซ็นต์" รึเปล่า?
5. อีเมล แปลว่า จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
มักเขียนผิดเป็นคำว่า ''อีเมล์
6. อนุญาต แปลว่า ยินยอม ยอมให้ ตกลง
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "อนุญาติ"
7. สังเกต แปลว่า กำหนดไว้ หมายไว้ ดูอย่างถ้วนถี่
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "สังเกตุ"
8. อุตส่าห์ แปลว่า บากบั่น ขยัน อดทน
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "อุดส่า"
9. เว็บไซต์ แปลว่า ( มาจากภาษาอังกฤษคำว่า "web" แปลว่า ใยแมงมุม ตาข่าย และ "site" แปลว่า กำหนดสถานที่ตั้ง ตั้งอยู่)
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "เวปไซด์"
10.โอกาส แปลว่า ช่อง จังหวะ เวลาที่เหมาะ
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "โอกาศ" สงสัยติดมาจากคำว่า "อากาศ"
11.เกม แปลว่า การแข่งขัน การละเล่นเพื่อนความสนุก ลักษณะนามเรียกการแข่งขันจบลงคราวหนึ่งๆ
มักเขียนผิดเป็นคำว่า "เกมส์"
วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551
หอไอเฟล” สร้างสถิติใหม่แลนด์มาร์กที่มีคนเยี่ยมชมอันดับหนึ่งของโลก *
เอเอฟพี – หอไอเฟลซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนเดินทางไปเยี่ยมชมมากที่สุดของโลก ทำสถิติใหม่ในปีที่แล้วโดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางไปเยี่ยมชมมากถึง 6,893,000 คน
หอไอเฟลเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของฝรั่งเศส ซึ่งออกแบบโดยกุสตาฟ ไอเฟล วิศวกรชื่อดังของฝรั่งเศส และถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการสากลในกรุงปารีสเมื่อปี 1889 โดยมีโครงการรื้อทิ้งในปี 1909 ขณะที่ในช่วงแรกชาวฝรั่งเศสหลายคนมองหอไอเฟลว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงปารีส
อย่างไรก็ตามทางการฝรั่งเศสได้ตัดสินใจคงหอไอเฟลไว้ โดยใช้เป็นหอวิทยุสื่อสารในช่วงแรก ก่อนที่จะกลายมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงปารีสนับตั้งแต่นั้น
หอไอเฟลเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของฝรั่งเศส ซึ่งออกแบบโดยกุสตาฟ ไอเฟล วิศวกรชื่อดังของฝรั่งเศส และถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการสากลในกรุงปารีสเมื่อปี 1889 โดยมีโครงการรื้อทิ้งในปี 1909 ขณะที่ในช่วงแรกชาวฝรั่งเศสหลายคนมองหอไอเฟลว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงปารีส
อย่างไรก็ตามทางการฝรั่งเศสได้ตัดสินใจคงหอไอเฟลไว้ โดยใช้เป็นหอวิทยุสื่อสารในช่วงแรก ก่อนที่จะกลายมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงปารีสนับตั้งแต่นั้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)